นั่งลง ไอ้นักโทษ

นั่งลง ไอ้นักโทษ

อภิปรายไม่ไว้วางใจ เสรีพิศุทธ์ ฟาดสิระ บอก นั่งลง ไอ้นักโทษ เฉลยที่มา มาจากอะไร

https://hilight.kapook.com/view/211043

อภิปรายไม่ไว้วางใจ เสรีพิศุทธ์ ฟาดสิระ บอก นั่งลง ไอ้นักโทษ หลังปอภิปรายเรื่อง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ได้รับเงินเดือนพิเศษจากพรรค พร้อมเผยที่มา ทำไมต้องใช้ประโยคนี้กับสิระ !

  
 
 

 

เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

 

           เมื่อวานนี้ (16 กุมภาพันธ์ 2564) ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในตอนหนึ่ง พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย มีการเปิดคลิปข่าว กรณีที่นายสิระ เจนจาคะ และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ และมีการพาดพิงถึงอดีตนายกรัฐมนตรี และนายชวน หลีกภัย ซึ่งพรรคพลังประชารัฐมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และมีการเสนอให้ลงโทษนายสิระ ด้วยการตัดเงินเดือน ส.ส. ในส่วนที่พรรคพลังประชารัฐสนับสนุน ซึ่งทางนายสิระ ได้ออกมาประท้วงว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการอภิปราย อย่านำข่าวมากล่าวหาคนอื่น

           ต่อมานางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จ.ราชบุรี ประท้วงเสริมว่า เรื่องที่ถูกกล่าวหาไม่เป็นความจริง เพราะตนรับเงินเดือนจากรัฐสภา หลังจากนั้นนายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย ประท้วงว่า มีอดีตนักโทษมาเป็น ส.ส. ทำให้นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 สั่งให้นายวิรัตน์ถอนคำพูด

สิระ เจนจาคะ

 

           จากนั้น พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ อภิปรายต่อไปว่า เรื่องนี้ตนไปสอบถาม ส.ส. มาแล้ว พบว่ามีการจ่ายเงินเดือน ส.ส. คนละ 2 แสนบาท ซึ่งนายศุภชัย สั่งให้ถอนคำพูดเรื่องการรับเงินเดือน ส.ส. เพราะจะทำให้พรรคการเมืองเสียหาย และขอให้ถอนคำว่า พรรคการเมืองด้วย แต่ทาง พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ไม่ยอมถอน ทำให้ทาง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ประท้วง

           ด้วยเหตุนี้ ทางนายศุภชัย จึงขอให้ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ถอนคำพูด แต่อีกฝ่ายไม่ยอมถอนคำว่า มีการจ่ายเงินเดือนละ 2 แสนบาท ทำให้นายสิระ ตะโกนว่า ดื้อด้าน กลัวเสียหน้าเหรอถึงไม่ยอมถอน สุดท้าย พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ สวนไปว่า เฮ้ย นั่งลงไอ้นักโทษ

           หลังจากพูดจบ เสียงหัวเราะของคนในสภาก็ดังลั่น

เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

 

ภาพจาก สำนักข่าว INN

           สำหรับปัญหาข้อพิพาทเรื่องคำว่านักโทษ เกิดขึ้นเมื่อ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ตอบคำถามสื่อกรณีที่ถูกนายสิระ ในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สอบกรณีบ้านพักรุกแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งตอนหนึ่งมีการพาดพิงนายสิระว่า เป็น ส.ส. ที่เป็นอดีตนักโทษถูกจำคุกข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ จ่ายเช็กไม่มีเงิน 4 คดี

           หลังจากนั้น นายสิระก็ประกาศไม่เผาผี ขอจองเวร พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ทุกชาติไป พร้อมยืนยันว่า การตรวจสอบเรื่องคดีบ้านพักริมแม่น้ำเจ้าพระยาของอีกฝ่าย ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0

7 ความเห็น

 
ICT

https://www.matichon.co.th/politics/news_2582397

09.00 INDEX เบื้องหลัง บทสรุป รัฐบาลปรสิต กับ ยุทธศาสตร์ ทาง“การเมือง”

 

 

 

 

 

 

09.00 INDEX เบื้องหลัง บทสรุป รัฐบาลปรสิต กับ ยุทธศาสตร์ ทาง“การเมือง”

 

หากมองผ่าน “ปริมาณ” ของ ส.ส. จำนวน 212 ของพรรคร่วมฝ่ายค้านน้อยกว่าจำนวน 270 กว่าของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลอย่างเห็นได้ชัด

 

การต่อสู้ครั้งนี้จึงดำเนินไปเหมือนกับที่หลายคนในพรรคฝ่ายค้านออกมาสรุป นั่นก็คือ เป็นการต่อสู้ในแบบสะสมชัยชนะ

 

ชัยชนะจากการยุทธ์”ย่อย” แล้วจึงค่อยคิด “บัญชี”

 

ไม่ว่าจะมองผ่านท่วงท่าอาการของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะมอง ผ่านท่วงท่าอาการของพรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะมองผ่านท่วงท่าอาการของพรรคเสรีรวมไทย ไม่ว่าจะมองผ่านท่วงท่าอาการของพรรคประชาชาติ ไม่ว่าจะมองผ่านท่วงท่าอาการของพรรคเพื่อชาติ ไม่ว่าจะมองผ่านท่วงท่าอาการของพรรคพลังปวงชน

 

มีความเข้าใจ มีความเป็นเอกภาพ ตั้งแต่เริ่มวางกระบวนการในการดำเนินญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ว่าเป้าหมายอย่างแท้จริงอยู่ที่ใด

 

ทุกอย่างล้วนดำเนินไปในลักษณะ”ไฟสุมขอน” ก่อนจะเกิดการลุกไหม้อย่างแท้จริง

 

 

 

รู้สึกแปลกใจหรือไม่ที่คำว่า “รัฐบาลปรสิต” จะหลุดออกมาจากปากของ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ไม่ว่าจะมองในด้าน”ผู้นำฝ่ายค้าน” ไม่ว่าจะมองในด้าน”หัวหน้าพรรคเพื่อไทย”

 

 

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ซึ่งเริ่มต้นจากพรรคชาติประชาธิปไตย และต่อมากลายเป็นแกนนำกลุ่ม ส.ส.รุ่นใหม่จากหลากหลายพรรค

 

แม้เมื่อเข้ามาร่วมพรรคไทยรักไทย ต่อเนื่องมายังพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ก็ยังเป็นนักการเมืองที่เปี่ยมด้วยความต้อง การในการประนีประนอม ปรองดอง สมานฉันท์

 

พลันที่คำว่า”รัฐบาลปรสิต”หลุดออกมาโดยเป้าหมายอยู่ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อันเติบใหญ่มาจากรัฐประหาร เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

 

 

นั่นสะท้อน”ยุทธศาสตร์”ของพรรคเพื่อไทยอย่างเด่นชัด

 

ทุกอย่างของพรรคเพื่อไทย ทุกอย่างของพรรคก้าวไกลเห็นตรงกันในการปักธงในทาง”ความคิด”

 

 

 

เป้าหมายอย่างแท้จริงของพรรคร่วมฝ่ายค้าน คือ การรอคอยไปยังการยุทธใหญ่ที่อย่างน้อยก็อีก 2 ปีข้างหน้า ยังมีเวลาในการอภิปราย ทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจอีก 2 ปี

เป็นการกระหน่ำไปในแต่ละองคาพยพของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อเก็บแต้มรวมในสนามของ”การเลือกตั้ง”

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2
 
ICT

https://www.thairath.co.th/news/politic/2033607

เจองานเบา

17 ก.พ. 2564 05:07 น.

 
ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แถม ครม.หางเครื่องอีก 9 คน ฝ่ายค้านรับประกันความอร่อยแซ่บอีหลีระดับมิชลิน 3 ดาว!!
ส่วนฝ่ายรัฐบาลก็มั่นใจว่าสามารถหักล้างข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านให้หงายเก๋งกลางสภา

เพราะมี ส.ส.งูเห่าแอบล้วงข้อมูลลับของฝ่ายค้านไปรายงานรัฐบาลทุกประเด็น

รู้ไต๋ล่วงหน้าว่ารัฐมนตรีคนไหนจะโดนฝ่ายค้านกะซวกเรื่องอะไร??

ถึงขั้นจัดคอร์สติวเข้มรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายให้ซักซ้อมตอบโต้ฝ่ายค้านแบบถึงลูกถึงคน

แถมรู้ซะด้วยว่าในบรรดารัฐมนตรีที่ถูกจองกฐินทั้ง 10 คน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เจองานเบาที่สุด ระดับหนังกำพร้าไม่ระคาย

“แม่ลูกจันทร์” มองว่าการที่ “นายวิรัช รัตนเศรษฐ” ขุนพลใหญ่พรรคพลังประชารัฐ ประธานวิปรัฐบาล แถลงข่าวนำร่องว่า “พล.อ.ประวิตร” รองนายกรัฐมนตรี เจองานเบากว่าเพื่อนในบรรดารัฐมนตรี ที่ถูกขึ้นเขียงซักฟอก 10 คน

การแถลงข่าวเอาใจลูกพี่ใหญ่แบบนี้ ไม่เกิดผลดีต่อ “ลุงป้อม” อย่างแน่นอน!!

เพราะเท่ากับแจกการ์ดเชิญให้ฝ่ายค้านถล่ม “ลุงป้อม” หนักขึ้นเป็นทวีคูณ

เนื่องจากครั้งที่แล้ว ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯลุงตู่ บวกรองนายกฯลุงป้อม และรัฐมนตรีหางเครื่องอีก 4 คน

แต่สุดท้าย ลุงป้อมคนเดียว ไม่โดนฝ่ายค้านจับขึ้นเขียงชำแหละกลางสภา

ทำให้พรรคก้าวไกล เปิดศึกพรรคเพื่อไทยว่าเล่น “เกมซูเอี๋ยกับลุงป้อม”

ทำให้ลุงป้อมรอดไปได้อย่างสบายแฮ

เพราะฉะนั้นงวดนี้...“ลุงป้อม” ไม่รอดสันดอนแน่นอน!!

เพราะถ้าคราวนี้ ลุงป้อม รอดไปได้อีก ก็แสดงว่าพรรคเพื่อไทยเล่นซูเอี๋ยกับ “ลุงป้อม” พันเปอร์เซ็นต์!!

อย่างไรก็ดี “แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า การที่ฝ่ายค้านจะหยิบประเด็นมาเล่นงาน “ลุงป้อม” แบบจะๆแจ้งๆจังๆ ก็ไม่ง่ายเหมือนกัน

เนื่องจากญัตติฝ่ายค้านระบุข้อหา “ลุงป้อม” เขียนไว้สั้นๆย่อหน้าเดียว

คือทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ใช้งบของรัฐเพื่อสร้างความรํ่ารวยมั่งคั่งให้ตนเอง จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญ ใช้กฎหมายเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง และฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

แต่ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นใบเสร็จยืนยัน “ลุงป้อม” ก็รอดไปได้ตามเคย

เพราะ “ลุงป้อม” เป็นรองนายกฯเบอร์หนึ่งก็จริง แต่ไม่มีอำนาจหน้าที่สั่งการรับผิดชอบหน่วยงานสำคัญโดยตรง

ไม่ได้คุมกองทัพ ไม่ได้คุมตำรวจ ไม่ได้คุมมหาดไทย

หน้าที่ของ “ลุงป้อม” คือกำกับดูแล กระทรวงแรงงาน กระทรวงดิจิทัลฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ สภาความมั่นคง สำนักงานข่าวกรองเท่านั้นเอง

แต่ในความเป็นจริง รู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่า “ลุงป้อม” เป็นผู้มีอิทธิพลสูงสุดในรัฐบาล

แต่บทบาท “ลุงป้อม” คืออยู่หลัง ฉากการเมือง

“นายกฯลุงตู่” เล่นบทโชว์หน้าฉาก ส่วน “ลุงป้อม” หลบหลังฉากลูกเดียว

กลเกมการเมืองในสภานอกสภา “ลุงป้อม” เป็นผู้บัญชาการหลังฉากตัวจริง

แม้แต่การตั้งฟาร์มเพาะพันธุ์งูเห่า “ลุงป้อม” ก็เป็นกุญแจสำคัญ

แต่ไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงถึง “ลุงป้อม” แม้แต่เรื่องเดียว

งวดนี้ต่อให้ฝ่ายค้านซักฟอกจนต่อมทอนซิลอักเสบ

ก็เช็กบิลลุงป้อมไม่ได้หรอกโยม!!

"แม่ลูกจันทร์"

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ชาติอนุรักษ์

โชว์ของขลัง.....

มันจะขลังได้ยังไง....ในเมื่อมึงเขียนชื่อยันต์ผิด....ผิดทั้งชื่อ ทั้งนามสกุล

ระวังคาถาจะย้อนกลับนะเฮ้ยยยย

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2
 
3 ส

ไอ้เห้นี่

อ้วก

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT

https://www.prachachat.net/politics/news-615041

“เจ๊อมรัตน์” กางใบเสร็จมัด “ประยุทธ์” ปมบ้านพักทหาร ผิดกฎ ป.ป.ช. ติดคุก 228 ปี

 

 

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ก้าวไกล เปิดประเด็นบ้านพักทหารภาค 2 ย้ำ “พล.อ.ประยุทธ์” อยู่ฟรีไม่จ่ายภาษี – ผิดกฎหมาย ป.ป.ช.โทษ 76 กระทง ติดคุก 228 ปี

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 ที่คารรัฐสภา นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ถึงกรณีอาศัยบ้านพักในค่ายทหารว่า ขอกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ ในประเด็นการทุจริตในหน้าที่ 3 ข้อ คือ 1.ทำผิดกฎหมายประมวลรัษฎากร หนีภาษี 2. ทำผิดกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับผลประโยชน์อื่นใดเกินที่กฎหมายกำหนด และ 3. มีพฤติกรรมปกปิดข้อมูลส่วนตัวเพื่อหนีการตรวจสอบ มี และเข้าข่ายให้ข้อมูลเท็จต่อศาลรัฐธรรมนูญ

พล.อ.ประยุทธ์ รอดจากการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2563 ไปแล้ว แต่อย่าเพิ่งดีใจคิดว่าไม่รอด กรณีนั้นเป็นการวินิจฉัยเฉพาะประเด็นการขาดคุณสมบัตินายกฯ เพียงประเด็นเดียวแต่ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีอำนาจวินิจฉัยความผิดตามกฎหมายอื่น นั่นคือความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช. ความผิดตามกฎหมายอาญา เกี่ยวกับภาษี ซึ่งพฤติการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์มีความผิดตามกฎหมายทั้งสองข้างต้นอย่างชัดเจน

พล.อ.ประยุทธ์ แจ้งต่อ ป.ป.ช.ปี 2557 บ้านเลขที่ 14 ซอยร่วมมิตร ย่านพหลโยธิน สามเสนใน กทม. ทั้งๆ ที่ตอนนั้น พล.อ.ประยุทธ์เป็น ผบ.ทบ. อยู่บ้านพักในค่ายแล้ว แต่แจ้งกับศาลรัฐธรรมนูญว่าอาศัยอยู่ในบ้านพัก 253/54 แต่ในหนังสือของวาสนานาน่วม ระบุว่าบ้านพักอยู่บ้านเลขที่ 702 ในกรมทหารราบที่ 1 ตลอดมาตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ.จนถึงเวลานี้เป็นเวลามากกว่า 10 ปีแล้ว ในหนังสือชื่อ “ลับลวงพราง 5 ศึกชิงอำนาจผ่าแผนปฎิบัติการเลือด” ตีพิมพ์เมื่อเดือนเมษายน 2555 ในบทที่ 68

และในหนังสือดังกล่าว ยังเขียนถึงเรื่องเกี่ยวกับบ้านเซฟเฮาส์เลขที่ 702 เอาไว้อีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้สร้างบ้านพักหลังนี้ บนเนื้อที่เกือบ 3 ไร่ ที่จะเป็นทั้งบ้านพัก ห้องประชุมใหญ่ ห้องประชุมลับ ห้องรับรอง ห้องจัดเลี้ยงวอร์รูมและเซฟเฮ้าส์ ที่พร้อมสรรพและทันสมัย ในแบบประชุมทางไกลผ่านดาวเทียมจากที่ไหนในโลกก็ได้ และยังระบุอีกว่า ที่ผ่านมา 3 ป. ได้ใช้บ้านพักหลวงแห่งนี้เป็นที่ประชุมทางการเมืองมาตลอด เป็นที่ประชุมลับในช่วงวิกฤต บ้านพักหลังนี้

มีการวัดระยะก่อนสร้างว่า เอ็ม 79 ยิงไม่ถึง เป็นการสะท้อน ว่าพล.อ.ประยุทธ์มีแผนที่จะอยู่ในอำนาจยาวนาน และรู้ด้วยว่าจะต้องพบเจอภารกิจใดบ้างนับจากนี้ นอกจากนี้ วาสนายังได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า ร.1 รอ. และ เซฟเฮาส์เลขที่ 702 จะเป็นสถานที่ให้กำเนิดและตัดสินชะตาบ้านเมืองอีกครั้งก็เป็นได้

“ขอถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จำบ้านเลขที่ตัวเองได้หรือไม่ และบ้านหลังนี้ที่สร้างขึ้นใหม่ล้วนสร้างจากภาษีของประชาชนทั้งนั้น สร้างจากเงินของ พล.อ.ประยุทธ์ เองจะไม่มีคำถาม ขอให้เปิดเผยค่าบำรุงรักษาที่พัก ค่าไฟฟ้าและสาธารณูปโภคอื่นๆ ในคฤหาสน์ริมบึงพื้นที่ 3 ไร่ในค่ายทหารของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น มีค่าใช้จ่ายเกิน 3 พันบาทตามกฎหมาย ป.ป.ช.อย่างเห็นได้ชัด นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งหลายๆ คนไม่เห็นมีความจำเป็นต้องใช้ชีวิตหรูหรา หลบซ่อนอยู่ในค่ายทหารเช่นนี้ ขอตั้งฉายาให้นายกฯ ใหม่เป็นเต่า หดหัวอยู่ในกระดอง” นางอมรัตน์ กล่าว

นางอมรัตน์ กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำผิดกฎหมาย ป.ป.ช. จากการรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเกินกว่า 3 พันบาท ซึ่งในกรณีนี้ พล.อ.ประยุทธ์เคยให้การไว้ต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า การรับประโยชน์ใดๆจากหน่วยราชการคือกองทัพ เป็นไปตามที่กองทัพปฎิบัติต่อบุคคลอื่นๆ ที่มีสถานภาพและคุณสมบัติเดียวกันในธุรกิจการงานปกติ กองทัพจึงอนุมัติให้ผู้ถูกร้องเข้าอาศัยในอาคารเลขที่ 253/54 และสนับสนุนค่ากระแสไฟฟ้า ค่าน้ำประปา และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นในการอาศัย
นี่คือใบเสร็จที่ทั้งตัว พล.อ.ประยุทธ์และกองทัพบกยื่นให้การไว้ต่อศาล และถูกบันทึกไว้แล้ว ในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จนมัดตัว พล.อ.ประยุทธ์ ไว้แน่นชนิดดิ้นไม่หลุดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทำผิดกฎหมาย ป.ป.ช.จริง จากการยอมรับว่าได้รับผลประโยชน์อื่นใดเกิน 3 พันบาทจากกองทัพ และทำผิดกฎหมายรัษฎากรจริง จากการยอมรับว่ามีรายได้อื่นแต่ไม่เคยยื่นเสียภาษี ภงด.90

 

นางอมรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์เกษียณตั้งแต่ปี 2557 กองทัพบกไม่ใช่ต้นสังกัดของ พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์จึงทำผิดกฎหมาย ป.ป.ช. ในมาตรา 128 ” ห้ามมิให้เจ้าพนักงานของรัฐทุกตำแหน่ง และที่พ้นตำแหน่งมาแล้วไม่เกิน 2 ปี รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้เกิน 3,000 บาท” โดยผู้ฝ่าฝืนมีโทษตาม มาตรา 169 คือ จำคุกไม่เกิน 3 ปีปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากการอยู่บ้านพักเกินมา 76 เดือน 76 กระทง คิดเป็นโทษ 228 ปี โทษอาญา และโทษหนีภาษี ซึ่งเกิดจากความประมาท ทำให้ตายน้ำตื้น การเป็นรัฐบาลเถื่อนในยุค คสช. ทำให้เกิดความประมาท เผลอเซ็นต์ยอมรับสารภาพต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง การให้การเท็จต่อศาลรัฐธรรมนูญ ป.อาญา 77 ต้องเลือกให้การเท็จ หรือ รับโทษประมวลกฎหมายรัษฎากรเรื่องการเสียภาษี

นางอมรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ระเบียบกองทัพไมได้อยู่ในข้อยกเว้นที่จะไม่รับความผิด ของ กฎหมาย ป.ป.ช.และระเบียบกองทัพ ออกมาในสมัย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเป็นระเบียบภายใน ใช้ในกองทัพ ไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ป.ป.ช.ไม่ยอมรับด้วย นอกจากนี้ ยังไม่เข้าข้อยกเว้นตามระเบียบกองทัพ ดังนั้น ความผิด พล.อ.ประยุทธ์ในการรับประโยชน์อื่นใดจากกองทัพ ไม่อยู่ในข้อยกเว้น

 

นางอมรัตน์ กล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้เคยมีบรรทัดฐานที่เกิดขึ้นแล้วจากการชี้มูลของ ป.ป.ช. กรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีการชี้มูลความผิด และแจ้งข้อกล่าวหาต่ออดีตรัฐมนตรีคนหนึ่ง ในคดีดำหมายเลข 03- 3-57 9/2562 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 กรณีดังกล่าวป็นความผิดที่ ป.ป.ช.ชี้มูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับเลขาฯ มีความว่า อดีตรัฐมนตรีทำผิดกฎหมาย ป.ป.ช. รับตั๋วเครื่องบินมูลค่าเกิน 3 พันบาท 2 ครั้ง ป.ป.ช.ชี้มูลว่าถือเป็นโทษ 2 กรรม 2 กระทง สำหรับกรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ทำผิดรับค่าไฟฟ้าจากกองทัพเกิน 3 พันบาท 76 เดือน เรียงเป็นโทษ 76 กระทง และถ้า ป.ป.ช.ยังแชเชือนชักช้าไม่กล้าดำเนินการใดๆ ก็จะเพิ่ม เดือนที่ 77, 78, 79 เพิ่มความผิดต่อไปเรื่อยๆอีก

และรัฐธรรมนูญ 2550 กำหนดให้บุคคลมีหน้าที่เสียภาษี ประโยชน์ใดๆ ต้องถือเป็นรายได้พึงประเมินยื่นแบบ ภงด.90 ผลประโยชน์ที่กองทัพมอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นรายได้พึงประเมินภาษี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ 6 ปี แต่ไม่ได้นำผลประโยชน์อื่นใด พล.อ.ประยุทธ์ต้องให้ลูกน้องนำมาแสดง หากไม่มีเท่ากับคนที่มีคดีอาญาไม่สามารถเป็นนายกฯ ต่อไปได้

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ตอบชี้แจงว่า ทุกอย่างชัดเจนอยู่แล้วในมติของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา ขอบคุณที่สังเกตว่าตนตัวผอมลง สูงขึ้น แสดงว่าห่วงใยตนเหมือนกัน ตนก็ห่วงท่านเหมือนกันรู้สึกว่าตัวเตี้ยลงทุกวันๆ เพราะไปหลบหลังม็อบทุกวัน
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากฟังไปถามที่อภิปรายแล้ว คนฟังอาจจะเกิดความเข้าใจผิด เพราะมีผู้อยู่ในข่ายแบบนี้อีกเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนคน ว่าข้าราชการที่อยู่บ้านหลวง รับรถหลวง น้ำหลวง ไฟหลวง จะต้องนำมาเสียภาษีในฐานะเงินได้พึงประเมินกันหรือไม่ ถ้าหากนายกฯ ต้องเสีย ก็ต้องเสียเหมือนกันทั้งประเทศ เรื่องนี้มีคำตอบในประมวลกฎหมายประมวลรัษฎากร ซึ่งผู้อภิปรายยังไม่ดูเลยในมาตรา 42 อนุมาตรา 6

เงินได้พึงประเมินดังต่อไปนี้ไม่นำมาคำนวณสำหรับเสียภาษีเงินได้ เงินได้ที่ทางราชการจ่ายให้เป็นการค่าเช่าบ้าน หรือเงินที่คำนวณได้จาก มูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ทางราชการให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินช่วยการศึกษาบุตร เงินช่วยเหลือบุตร เบี้ยกันดาร เงินยังชีพ หรือเงินค่าอาหารทำการนอกเวลา ไม่ต้องนำมาคำนวณในฐานะที่เป็นเงินได้พึงประเมิน เพื่อให้ข้าราชการทั้งประเทศที่อยู่บ้านหลวง ใช้รถหลวงได้มีความเข้าใจตรงกัน ส่วนค่าน้ำค่าไฟเป็นส่วนหนึ่งของเงินหรือค่าที่คำนวณได้จากการอยู่บ้านหลวง แม้แต่บ้านชำรุดทรุดโทรม หลวงก็ซ่อมให้ เป็นส่วนหนึ่งที่กรมสรรพากรคำนวณว่าเป็นส่วนหนึ่งของบ้านที่อยู่ทั้งสิ้น

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน

เหรียญนี้เจ๋ง
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0