ได้ปลิ้นปล้อนไปเต็มสูตร..ไม่มีหลุด กันสักเฟรม

ได้ปลิ้นปล้อนไปเต็มสูตร..ไม่มีหลุด กันสักเฟรม

ได้ปลิ้นปล้อนไปเต็มสูตร..ไม่มีหลุด กันสักเฟรม

 

 

 ได้ปลิ้นปล้อนไปเต็มสูตร..ไม่มีหลุด กันสักเฟรม

 

“ไม่ตกเทรนด์ไอดอล ลอกทุกขั้นตอนครบเครื่อง ทุกประการ”

 

“เผด็จการใจสัตว์-มิน อ่อง หล่าย” ปากอย่างแต่ทำอีกอย่าง.. เหมือนการ “ก็อปปี้” โค่นอำนาจ “ผู้หญิง” ด้วยการปฏิวัติรัฐประหาร

ได้เชื้อ “ต้นแบบ” ไปอย่างไม่มีการ “ตกหล่น”..ประกาศว่า จะหยุดยิงสังหารชาวพม่าเป็นเวลา ๑ เดือน หลัง “ชาติผู้นำของโลก” สั่งอพยพพลเมืองของเขาบินกลับแผ่นดินเป็นการด่วน

 

วาจาปลิ้นปล้อน สับปลับ ของ “มิน อ่อง หล่าย” ยังมีเหมือนกันอีก..พอสิ้นเสียงการหยุดยิง ๑ เดือน..ก็ส่งเครื่องบินรบ ปูพรมถล่มฐานที่มั่นกองทัพกะเหรี่ยง มีประชาชนตายไป ๓๐ กว่าคน..ได้เชื้อกันไปเต็ม ๆ

 

ได้ปลิ้นปล้อนกันเต็มสูตร..ไม่มีการหลุด-สักเฟรม

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

 

“สหรัฐเดินหน้าร้อยเปอร์เซ็นต์ จี้ยูเอ็นใช้ไม้เด็ดขาดปราบมิน อ่อง หล่าย”

 

ทั้งยัง “กำชับ” สั่งย้ำอย่างแน่นอน สั่งย้ำให้อย่างมั่นใจ นอกจากเล่น “ไม้แข็ง”  กับ “เผด็จการพม่า” ประเทศใกล้เคียงที่สนับสนุน ก็อย่า-เก็บเอาไว้

 

ประเทศใด ที่เทหัวใจ มอบให้กับ “มิน อ่อง หล่าย” หลายคนก็รู้กันเป็นอย่างดี

 

เมืองไหน แผ่นดินใดล่ะหนอ ที่เป็นคน “ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน” กระทำสิ่งที่เป็นอันตรายมาถึงตัว นำศัตรูมาเข้าบ้าน จงได้รู้เอาว่า “ทูตสหรัฐที่ประจำยูเอ็น” สั่งตามเช็คบิล หลัง “มิน อ่อง หล่าย” หมดสภาพ

 

ตัวเองยังเอาไม่รอด..เอาคานเข้าไปสอด รอดยากแล้ว-สิครับ

 

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

 

“ความยิ่งใหญ่ของผู้นำ ต้องมีใจเป็นคุณธรรม มาเป็นอันดับหนึ่ง”

 

ดูเหมือน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ ทำให้คนทั้งโลก และ คนไทยที่มีเมตตาธรรม ตั้งคำถามกันอย่าง-อื้ออึง

 

“ผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยง” ที่หนีร้อนมาพึ่งเย็น จากการตามไล่เข่นฆ่า ของ ทหารใจโหดลูกน้อง “มิน อ่อง หล่าย” ตามฆ่าให้ตายจน-ล้มผลึ่ง

 

ภาพจริงที่ออกไปนั้น มีการวางหบลวดหนาม ไม่ให้ชาวกะเหรี่ยงมาขึ้นยังแผ่นดินไทย มีการปฏิเสธ จาก “ผู้มีอำนาจ” และ “คนที่มีอำนาจในท้องถิ่น” ว่าไม่ได้ผลักดัน แต่คนทั้งโลก กลับไม่เชื่อ ในสิ่งที่บอก

 

ออกมายันจนหัวทิ่ม..ที่เชื่อมีแต่พวกสลิ่ม คนที่รู้ความจริง-ยากที่จะหลอก

 

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

 

“ถ้าจะมี สว. ต้องขึ้นตรงต่อภาคประชาชน”

 

ให้อำนาจ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้จิ้มรายชื่อ “สว.ลากตั้ง” มีแต่ทำให้ประเทศ-ถอยหลังจมปลักโคลน

 

โดยมี “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ-รมว.กลาโหม เป็นผู้ที่ใช้ไม้สุดท้าย ในการแต่งตั้ง ก็จะได้พวก “ฝุ่นใต้ทอปบูต” กลับมามีอำนาจอีกหน

 

ไปเลือกภาคประชาชนมาเป็นองค์คณะ เพื่อแต่งตั้งขั้นสุดท้ายแทน “อดีตหัวหน้า คสช.” ถ้าจะให้ “สว.ลากตั้ง” มีอำนาจร่วมโหวตเลือก “นายกรัฐมนตรี” เชื่อว่าหลายคน คงไม่ขัด

 

“สว.ลากตั้ง” ..ต้องหมดหนทาง เป็นสะพานสร้างความยิ่งใหญ่ ให้ “หัวหน้าปฏิวัติ”

 

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

 

“อยู่ได้ด้วยเงินกู้ พาประเทศไทยมุดลงรู ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด”

 

การจัดเก็บ “ภาษี ๕ เดือนแรก” ของ “รัฐบาลประยุทธ์” ต่ำกว่าเป้า น้อยไปกว่าเดิม ถึง “๑๔๕,๐๐๐ ล้านบาท” ฐานะการเงินพังพินาศ-ยิ่งกว่าถูกระเบิด

 

แต่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เหมือนหลับหูหลับตา ออกมาพูดได้อย่างไรว่า “เศรษฐกิจของประเทศยังดี ยังแข็งแกร่ง”..การเก็บภาษีต่ำกว่าเป้า เร่งสภาพการ “เผาจริง” ขึ้นมาทุกวัน

 

การดำรงอยู่ของประเทศชาติบ้านเมือง ด้วยการ “กู้ยันเต” ไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน.. “รายได้ของภาษี” ต้องมาจากการที่ “คนไทยมีงานทำ”..แต่ปัจจุบัน ทุกครอบครัวตกงานกันระนาว รอเงินแจกเป็น “ขอทาน” กันไปหมด

 

กู้มาแจกมือเป็นประวิง..แต่ “รายได้จริง” ของประชาชน ไม่เคยปรากฏ

 

“กะพรุนไฟ”

 

๒ เมษายน ๒๕๖๔

 

https://bangkok-today.com/%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a5%...

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1

2 ความเห็น

 
ICT

ชักดาบ 2 ครั้งหมดบารมี

กลืนน้ำลายตัวเองมาแล้ว 2 ครั้ง ไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ พลพรรค ปชป.

ศุกร์ที่ 2 เมษายน 2564 เวลา 11.00 น.

พลันที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ไปไม่ถึงดวงดาว! ผู้สื่อข่าวพยายามกระเซ้าเย้าแหย่ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เกี่ยวกับการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะทุกพรรคการเมืองยังพูดถึงเรื่องนี้กันอยู่แต่คำตอบแบบฉุนเฉียวที่หลุดออกจากปากพล.อ.ประยุทธ์ คือ “ไปแก้มา แก้ให้ได้ก็แล้วกัน”

“พยัคฆ์น้อย” ไม่รู้ประโยคที่ว่า “ไปแก้มา แก้ให้ได้ก็แล้วกัน” เป็นการเสนอแนะ ข่มขู่ หรือว่าเย้ยหยันกันแน่!
ประโยคดังกล่าวถ้าหลุดออกมาจากปากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คงไม่แปลก! แต่ไม่ควรหลุดออกจากปากของนายกฯ ในฐานะหัวหน้าผู้บริหารราชการแผ่นดิน
เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 ตั้งแต่ทำรัฐประหาร ตั้งคนมาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจ คนแรกที่มาทำงานให้ พล.อ.ประยุทธ์คือ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ แต่ผลงานไม่ผ่าน! นายบวรศักดิ์จึงเอ่ยปากรับสารภาพกับคนไทยว่า “เขาต้องการอยู่ยาว”
พล.อ.ประยุทธ์จึงไปลากขาประจำอย่าง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับถอยหลังเข้าคลอง โดยให้พล.อ. ประยุทธ์และคสช.แต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 คน ในแบบตามใจฉัน กลายเป็นแหล่งรวมบรรดาส.ว.ขาประจำที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ตลอดจนเพื่อนพ้องน้องพี่ทหารและตำรวจเพียบ! รวมทั้งน้องชายและคู่เขยของ พล.อ. ประยุทธ์ เพื่อภารกิจเข้าไปยกมือในสภา เลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ

ส.ว.ชุดนี้มีวาระการทำงาน 5 ปี ด้วยเป้าหมายเป็น “นั่งร้าน” ให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อย่างน้อย 2 สมัย (8 ปี) ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่นักข่าวจะตั้งฉายาให้กับ ส.ว.ว่า“สภาปรสิต” และฉายาประธานวุฒิสภาว่า “หัวตอ รอออเดอร์”

ประโยคที่ว่า “ไปแก้มา แก้ให้ได้ก็แล้วกัน” จึงไม่ได้เป็นผลดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ แต่บั่นทอนทั้งเครดิตและบารมีของคนเป็นนายกฯ ให้ต่ำเตี้ยลงไปอีก

พล.อ.ประยุทธ์จำได้มั้ย? ว่ากลืนน้ำลายตัวเองมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 25-26 ก.ค. 62 ตอน พล.อ.ประยุทธ์แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา และหนึ่งในสาระสำคัญที่ถูกบรรจุในนโยบายเร่งด่วน คือ การแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นข้อตกลงหลักร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์

ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 63 ช่วงนั้นเจอม็อบ “คณะราษฎร 63” กดดันหนัก ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับปากสั่น! รีบแจ้งในที่ประชุมรัฐสภาว่าจะพิจารณารัฐธรรมนูญในวาระ 1-3 ให้แล้วเสร็จในเดือน ธ.ค. 63 และรัฐบาลจะเสนอร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติเข้าสู่การพิจารณาของสภา

เมื่อ พ.ร.บ.เสร็จเมื่อใดจะทำประชามติเมื่อนั้น!

แต่กลับล่าช้าถึงเดือน มี.ค. 64 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 1-2 แล้วมี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐและส.ว. ลงชื่อไปยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของส.ส.และส.ว. จนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ผ่านวาระ 3

พล.อ.ประยุทธ์อย่าอ้าง! ว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องของสภา เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นมาจาก ส.ว. ซึ่งเป็น “นอมินี” ของพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนอมินีที่ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งมากับมือ แล้วไม่จริงใจที่จะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ

นายกฯ พูดในสภา 2 ครั้ง ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าพูดจริง ทำจริง บารมีจะเกิด แต่นี่พูดแล้วไม่ทำ ไม่จริงใจ บารมีจึงไม่เหลือ! ถ้า พล.อ.ประยุทธ์อยากลองของก็ “ยุบสภา” ว่าเหลือบารมีอยู่หรือไม่ จะได้กลับมาเป็นนายกฯอีกหรือเปล่า
แต่อดถามไม่ได้คือพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งเงื่อนไขตอนเข้าร่วมรัฐบาลว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญ แต่ถูก พล.อ.ประยุทธ์ “ชักดาบ” มาแล้ว 2 ครั้ง พลพรรคประชาธิปัตย์ไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ หรือว่าการร่วมรัฐบาลสำคัญกว่าการแก้รัฐธรรมนูญ!!.

--------------
พยัคฆ์น้อย
... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/article/834460

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
3 ส

ไทยพม่าสายเลือดเผด็จการชั่วเหมือนกัน

อ้วก

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1